*อัพเดตเพิ่มเติมนะครับ
ตัวอย่างภาพถ่ายสำหรับ ซัมซุง Omnia Pro B7610
Physical Overview
ด้วยจอแสดงผลแบบสัมผัสของSamsung Omnia Pro(B7610) ที่มีขนาด 3.5 นิ้ว แสดงผลได้ 65,536 สี มีความละเอียด 800 x 480 พิเซล

สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มตา ซึ่งหน้าจอเป็นแบบรีซีฟทีพทำให้สามารถสั่งการผ่านปากกาสไตลัสและนิ้วมือได้ และความสามารถของจอแบบ AMOLED ก็ให้สีสันสวยงามสดใสจนแยกไม่ออก ปุ่มกดใต้จอของSamsung Omnia Pro(B7610)แสดงผลมีปุ่มรับสาย วางสาย และปุ่มรูปทรงโค้งตรงกลางของตัวเครื่องซึ่งถ้ากดค้างไว้จะสามารถเรียกเมนู Task Switcher ไว้จัดการปิดโปรแกรมที่ใช้งานค้างไว้
เหนือจอแสดงผลเจ้าSamsung Omnia Pro(B7610)บริเวณด้านซ้ายของลำโพงสนทนามีช่องที่เป็นเล็กๆ สำหรับรับแสงในการปรับความสว่างของจอ ถัดมาทางซ้ายมือจะพบมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลสำหรับใช้งานสนทนาแบบ Video Call อยู่ทางด้านขวา
ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา ถัดลงมาจะพบกับปุ่มที่มีคำว่า W&L ซึ่งเป็นปุ่มที่ใช้สำหรับสลับโหมดการทำงานในหน้จอหลัก (หน้าจอToday) โดยจะต้องกดค้างไว้
ที่ด้านขวามือ บนสุดเราก็จะได้พบกับช่องเสียบสไลลัสซึ่งคราวนี้ไม่ต้องห้อยอีกต่อไป ติดกันเป็นปุ่มสำหรับรีเซ็ตเครื่องซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อง่ายต่อการใช้งาน
ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับล็อคตัวเครื่อง ด้านล่างก็จะพบกับปุ่มลัดในการเข้ากล้อง และถ่ายภาพแบบ 2 จังหวะ
ช่องเสียบชุดหูฟังแบบสเตอริโอแบบ 3.5 มิลลิเมตร อยู่ทางด้านบนของตัวเครื่องและติดกันเป็นช่องเสียบสายชาร์จและโอนข้อมูลแบบ Micro USB ซึ่งทั้งคู่มีฝาปิดป้องกันฝุ่นละอองอย่างเรียบร้อย
พลิกมาทางด้านหลังSamsung Omnia Pro(B7610)จะพบกับฝาหลังโปร่งใสสีแดงเหลือบเงินที่งดงามเช่นเดียวกับ Samsung JET ด้านบนมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมไฟ LED ช่วยในการถ่ายภาพ 2 ดวง ส่วนด้านล่างเป็นช่องสำหรับลำโพงตัวเครื่อง
เมื่อสไลด์เครื่องSamsung Omnia Pro(B7610)ออกมาก็จะพบกับคีย์บอร์ดคิวเวอร์ตี้แนวนอนแบบ 4 แถว ปุ่มแต่ละปุ่มมีขนาดใหญ่ทำให้ สะดวกต่อการพิมพ์พอสมควร จะติดตรงที่เครื่องที่ทำการทดสอบยังไม่มีภาษาไทย แต่คาดว่าเครื่องวางขายจริงจะมีมาให้ได้ใช้งานกัน
Samsung Omnia Pro(B7610)นั้นใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุ 1500 มิลลิแอมป์
เด๋วมาต่อในส่วนถัดปครับ






