สุดยอด PDA Phone ที่น่าใช้ที่สุดในเวลานี้
Physical Overview
จอแสดงผลแบบสัมผัสที่มีขนาดใหญ่สุดๆ 3.7 นิ้ว แตะสั่งงานได้ทั้งปลายนิ้ว และปากกาสไตลัส ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล แสดงผลได้ 65,536 สี ถึงแม้ว่าจะแสดงผลสีได้ต่ำกว่า Samsung รุ่นอื่นๆ แต่ก็ให้สีสันค่อนข้างสมจริงแทบจะแยกไม่ออก รูปแบบเมนูถูกปรับเปลี่ยนเป็นอินเตอร์เฟสแบบ TouchWiz ใหม่ทั้งหมด ไม่เหลือเมนู Windows mobile เลย แต่หากไม่ถนัดก็ปรับเปลี่ยนมาใช้แบบเดิมได้
ปุ่มกดใต้จอแสดงผลมีปุ่มรับสาย วางสาย และปุ่มเมนู Cube ปุ่มกดบริเวณนี้ไม่มีไฟช่วยส่องสว่างแต่อย่างใด
เหนือจอแสดงผลบริเวณลำโพงสนทนามีไฟกระพริบสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว น้ำเงิน ส้ม แดง ซึ่งจะบอกสถานะการเปิดใช้งานในโหมดต่างๆ ถัดมาทางขวามีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลสำหรับใช้งานสนทนาแบบ Video Call

ด้านข้างซ้ายมีเพียงปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา หรือปรับเสียงในโหมดการใช้งานต่างๆ หรือจะเลือกปิดเสียง เปิดระบบสั่น หรือปิดทั้งหมดเลยก็ได้เช่นกัน
ที่ด้านข้างขวามีปุ่มล็อคการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหน้าจอหรือปุ่มกดต่างๆ เมื่อกดล็อค หน้าจอจะดับทันที จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ไปในตัว ถัดลงมาเป็นปุ่มเมนู Cube และมีปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพอยู่ติดกัน

ช่องเสียบชุดหูฟังแบบสเตอริโอขนาด 3.5 มม. อยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่อง และใกล้ๆ กันมีช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB และใช้เสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วยในตัว มีฝาปิดป้องกันฝุ่นละออง
ด้านหลังมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชแบบ LED สีขาว ซึ่งมีมาให้ 2 ดวงสำหรับส่องถ่ายภาพในที่มืด

TouchWiz on Windows Mobile
ถ้ายังจำกันได้ Windows Mobile แทบจะไม่เปลี่ยนอินเตอร์เฟสมาหลายปีแล้ว รวมไปถึง Omnia รุ่นแรกด้วย แต่สำหรับ Omnia 2 ปรับเปลี่ยนรูปแบบเมนูใหม่ทั้งหมด ไม่เหลือเมนูเดิมๆ ของ Windows mobile เลย ซึ่งหากเป็นแบรนด์อื่นๆ จะทำใหม่เฉพาะหน้าจอ Today เท่านั้น แต่ถ้าหากไม่ถนัด อยากใช้เมนูของ Windows mobile แบบเดิมๆ ก็ทำได้เช่นกัน หน้าจอสัมผัสของรุ่นนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสแบบ Resistive ที่ตอบสนองทุกวัสดุในการแตะสั่งงาน ไม่ว่าจะเป็น ปลายนิ้ว ปากกาสไตลัส หน่วยประมวลผลความเร็วสูงถึง 800 MHz ซึ่งถือว่ามีความเร็วสูงเป็นอันดับต้นๆ ของ PDA Phone เลยทีเดียว ตอบสนองความเร็วได้ทันใจดีทีเดียว หน่วยความจำในเครื่องก็มีมาให้ถึง 2 GB แต่ก็ยังมีรุ่นที่มีความจุ 8 และ 16 GB แต่บ้านเราจะนำเข้ารุ่นไหนต้องตรวจสอบกันอีกที ส่วนการ์ดหน่วยความจำภายนอกก็รองรับ microSD ได้อีกสูงสุดถึง 32 GB สำหรับการรองรับภาษาไทยของรุ่นนี้จำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมสำหรับอ่าน และเขียนภาษาไทย แต่ในแพ็คเก็จน่าจะแถมมาให้อยู่แล้วเหมือนกับ Omnia รุ่นแรก

5 Mega Pixels Auto Focus Digital Camera
กล้องดิจิตอลของ Samsung Omnia 2 มีมาให้ถึง 5 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัสพร้อมระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติ มีไฟแฟลชแบบ LED มาให้ถึง 2 ดวงช่วยส่องสว่างในการถ่ายภาพในที่มืด ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพของรุ่นนี้มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซีนถ่ายภาพแบบ Portrait, Landscape, Sunset, Dusk & Dawn, Night shot, Text, Sports, Backlight, Party & Indoors, Beach & Snow, Fall color, Firework และ Candle light มีโหมดถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง, โมเสกม, พาโนรามา, แอกชั่น และถ่ายภาพรอยยิ้มอัตโนมัติ มีระบบตั้งค่า White Balance และค่า ISO อัตโนมัติ บันทึกพิกัดดาวเทียม GPS ลงบนภาพถ่ายได้ เลือกปรับเอฟเฟ็คท์สีของภาพได้ 3 แบบ ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอของรุ่นนี้สามารถถ่ายได้นานไม่จำกัดตามหน่วยความจำที่เหลือ เลือกความละเอียดในแบบ Wide screen ได้สูงสุด 720 x 480 พิกเซล 30 เฟรมต่อวินาที หรือจะเลือกถ่ายในแบบปกติ 640 x 480 พิกเซล มีระบบ Anti-shake ป้องกันภาพสั่นไหวขณะถ่าย นอกจากนี้ยังเปิดไฟช่วยส่องสว่างขณะถ่ายคลิปวิดีโอได้อีกด้วย

ภาพคมชัด สีสันสวยงาม ไม่จัดจ้านจนเกินไป
GPS Navigator
Samsung Omnia 2 ยังมีภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS มาให้สำหรับระบุตำแหน่ง และนำทางบนแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ แต่ในเครื่องที่ได้มาทดสอบไม่พบโปรแกรมสำหรับใช้นำทางแต่อย่างใด หากเครื่องวางจำหน่ายต้องตรวจสอบแพ็คเก็จจำหน่ายกันอีกที มีเพียงโปรแกรม Google maps ที่ใช้งานได้ทันที สำหรับระบุตำแหน่ง และแนะนำเส้นทางได้คร่าวๆ นอกจากนี้ยังใช้บันทึกพิกัดลงบนข้อมูลของภาพถ่ายได้
Business Function
ความสามารถในเชิงธุรกิจก็มีมาให้ใช้งานของ Samsung Omnia 2 มีมาให้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดโปรแกรมเอกสาร Office Mobile รับส่งอีเมล์ได้โดยตรงจากตัวเครื่อง การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็รองรับทั้งในระบ GSM และ UMTS ที่ให้ความเร็วสูงในระดับ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSDPA หรือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi เปิดใช้งานเวบไซต์ได้ด้วยโปรแกรม Internet Explorer ที่มีมาให้ในเครื่อง และยังมีโปรแกรม Smart reader สำหรับอ่านข้อมูลบนนามบัตรที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอล และยังบันทึกข้อมูลบนนามบัตรลงในสมุดโทรศัพท์ได้โดยอัตโนมัติ ความแม่นยำในการอ่านก็ทำได้สูงถึง 80-90% เลยทีเดียว ส่วนการใช้งานระบบสังคมออนไลน์ก็มีให้เลือกทั้ง Facebook, Flickr, Friendster, MySpace, Photobucket, Picasa และ Live Messenger

Entertainment Function
ในด้านความบันเทิงของรุ่นนี้ก็มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นเพลงที่ใช้ได้ทั้ง Media player หรือ Touch Player หรือจะฟังข่าวสาร เพลงจาถสถานีวิทยุคลื่นโปรดจากวิทยุ FM ก็ได้เช่นกัน แต่ยังคงต้องอาศัยชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ มีระบบค้นหาคลื่นอัตโนมัติ แต่ระบบการจูนคลื่นเป็นแบบทศนิยม 1 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังบันทึกเสียงจากวิทยุ FM เก็บลงหน่วยความจำได้อีกด้วย

Final Opinion & Conclusion
ถ้าจะบอกว่า Samsung Omnia 2 มีจอแสดงผลที่สวยที่สุดในบรรดา PDA Phone คุณจะเชื่อไหม แต่ผมบอกได้เลยว่าสวยที่สุดแน่นอน หน้าจอยังมีขนาดใหญ่ถึง 3.7 นิ้ว แตะสั่งงานได้สะดวก ที่น่าประทับใจที่สุดคงจะเป็นเรื่องของอินเตอร์เฟสแบบ TouchWiz ที่ทำเมนูของ Windows mobile ใหม่ทั้งหมด ดูแปลกใหม่ น่าใช้งานทีเดียว โดยรวมแล้วทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน ดีไซน์ และอินเตอร์เฟสถือว่าน่าใช้กว่า PDA Phone รุ่นอื่นๆ มาก แต่ถ้าหากยังไม่เชื่อ คงต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะ

หน้าจอสแตนด์บายพร้อม Widget

เมนูแบบ Cube

เลือกซีนสำหรับถ่ายภาพ

เครื่องเล่นเพลง Touch media

เลือกใช้งานระบบสังคมออนไลน์

หน้าจอสแตนด์บายอีกแบบ
Strength
- อินเตอร์เฟสแบบ TouchWiz บน Windows mobile น่าใช้งานสุดๆ
- กล้อง 5 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส ถ่ายคลิปวิดีโอในแบบ Wide screen
- ช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. ในตัว
- ภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS ในตัว
- หน่วยความจำภายใน 2 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 32 GB
- รองรับระบบ HSDPA บนเครือข่าย UMTS
- เชื่อมต่อไร้สายผ่านอินฟราเรด บลูทูธ และ Wi-Fi
- โปรแกรมอ่านนามบัตร พร้อมบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ
Weakness
- วิทยุจูนคลื่นด้วยทศนิยม 1 ตำแหน่ง
- ใช้กล้องด้านหน้าถ่ายภาพไม่ได้



