
หลังจากความสำเร็จของ "Galaxy S" รุ่นแรกที่มียอดขายถล่มทลายมากถึง 14 ล้านเครื่อง แต่ก็ไม่ทำให้การเดินทางของ "Galaxy Series" สิ้นสุดแต่อย่างใด ซัมซุงยังคงออกรุ่นน้องตามกันอีก อย่าง "Galaxy SL" ที่ลดสเปคลงเล็กน้อย (พร้อมราคาถูกลงหน่อยนึง) และแล้ว .. ถึงเวลาที่น้องจะถูกอัพเกรดให้แรงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น กับ "Galaxy S Plus" หรือ GT-i9001 นั่นเอง ดูภายนอกแล้วแทบไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมเท่าไหร่ แต่เรื่องคุณสมบัติเด่นต้องขอบอกว่า แรงกว่าเดิมจริงๆ ! ..
คุณสมบัติเด่น
- รองรับการเชื่อมต่อ 3G HSDPA 900/1900/2100 MHz ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 14.4 Mbps
- หน้าจอ Super-AMOLED ทัชสกรีนแบบ Capacitive ขนาด 4.0 นิ้ว ความละเอียด 800x480 พิคเซล รองรับมัลติทัช, หน้าจอกระจก Gorilla สุดทนทาน
- ตัวเครื่องบางเฉียบ 9.9 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 116 กรัม
- ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.3 พร้อมอินเตอร์เฟส TouchWiz 3.0
- เมมโมรี่ภายใน 16 GB (User 12GB), เพิ่มเมมโมรี่ภายนอกได้สูงสุด 32GB
- เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน 3G, WiFi (802.11 b/g/n), Edge
- Bluetooth 3.0+HS
- รองรับการใช้งาน GPS, A-GPS ผ่านโปรแกรม Google Maps
- ซีพียู Qualcomm MSM8255T (Cortex-A8 ความเร็ว 1.4 GHz, Adreno 205 GPU), แรม 512 MB (User 358MB)
- กล้องความละเอียด 5.0 ล้านพิคเซล พร้อมออโต้โฟกัส, บันทึกวิดิโอความละเอียด HD720p (1280x720 พิคเซล)
- แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 1650 mAh
- ใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับ "Galaxy S" (i9000) ได้







ดีไซน์
แรกพบสบตากับ "Galaxy S Plus" บอกได้เลยว่า หน้าตาแทบจะเหมือน Galaxy S รุ่นพี่แทบทุกประการ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง รวมถึงตำแหน่งปุ่มต่างๆ แต่ที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือ ฝาหลัง โดย S Plus จะเป็นลาย Hyperskin สำหรับการออกแบบเป็นแบบทัชทรงแท่ง ตัวเครื่องบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร บั้นท้ายโด่งอย่างเห็นได้ชัด ส่วนวัสดุบอดี้ยังคงเป็นพลาสติกผิว Glossy เช่นเดิม เป็นรอย เป็นคราบง่าย แต่ก็สามารถหาเคส - ฟิล์ม - ซองมาใส่ได้ แน่นอนว่าใช้ของ Galaxy S รุ่นแรกร่วมกันได้เลย !






งานประกอบทำได้ดีพอใช้ น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างเบา พกพาได้สะดวก เรื่องความทนทานไม่น่าห่วง แต่ต้องระวังอย่าให้กระแทกตรงหน้าจอ ถึงจะเป็น Gorilla Glass ก็สามารถแตกได้เช่นกัน แถมค่าซ่อมแพง(มาก)ซะด้วยครับ












ซอฟท์แวร์
บน Galaxy S Plus จะมาพร้อมกับ Android 2.3.3 เลยในตัว ระบบโดยรวมค่อนข้างดีกว่า GS รุ่นแรก (ที่ยังไม่โม) อยู่มาก หน่วงน้อยลง ในซีกของ UI ยังคงเป็น TouchWiz 3.0 (ผมอยากให้เอา 4.0 มาใช้มากกว่า :D) อย่างไรก็ดี เรื่อง Custom Rom รุ่นนี้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Galaxy S ได้นะครับ เนื่องจากใช้ชิปเซ็ท/รหัสคนละตัวกัน ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่เน้นการปรับแต่งใดๆ ซะมากกว่า พวกเมนู เครื่องเล่นต่างๆ เหมือนเดิมหมด ที่มีเพิ่มเข้ามาคือ Social Hub, Media Hub เท่านั้น
Strength
- หน้าจอ Super-AMOLED เช่นเดียวกับ Galaxy S รุ่นแรก
- ซีพียู 1.4GHz (ถูก OC มาจากโรงงานแล้ว)
- Android 2.3.3 รอมทำมาดี ไม่หน่วงแบบรุ่นแรก
- กล้อง 5MP+AF ลูกเล่นเยอะเหมือนเดิม คุณภาพไม่ต่างจาก GS รุ่นเดิม
- บางเพียง 9.9 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 119 กรัม
- เมมโมรี่ภายในมากถึง 16GB เพิ่มภายนอกได้อีก 32GB
- รองรับวิดิโอ HD720p (DivX, XviD)
- Social Hub, Music Hub
- แบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่า Galaxy S รุ่นแรก (ความจุ 1650 mAh)
- ราคาเปิดตัวไม่สูงมากนัก (แว่วๆ มาว่าไม่เกิน 15,000 บาท)
- ใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับ Galaxy S ได้
Weakness
- วัสดุบอดี้ยังคงเป็นพลาสติก Glossy
- ไม่สามารถลง Custom Rom ร่วมกับ Galaxy S (i9000) ได้
- ซีพียูเป็นแบบ Single-Core (แกนเดียว)
- กล้องไม่มีแฟลช
- ไม่รองรับ 3G Quadband

สำหรับ "Galaxy S Plus" ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวางขายแน่ชัดออกมา แต่ราคาได้ยินแว่วๆ ว่าไม่แพง ! แต่ถ้าคุณยังสามารถหาซื้อ Galaxy S รุ่นแรก (14,900 บาท) ได้อยู่ แนะนำครับ เพราะมีอะไรให้เล่นมากกว่าจ้า :D




